ระบบป้องกันไฟฟ้าคืออะไร?
ระบบป้องกันไฟฟ้า (Protective Relay System) เป็นระบบที่ตรวจจับความผิดปกติในระบบไฟฟ้า และตัดวงจรออกจากระบบเพื่อป้องกันความเสียหาย
1. ประเภทของความผิดปกติในระบบไฟฟ้า
| ประเภท | สาเหตุ | ผลกระทบ |
|---|---|---|
| ลัดวงจร (Short Circuit) | สายไฟเสียหาย, ฉนวนชำรุด | กระแสสูงผิดปกติ, ไฟไหม้ |
| โหลดเกิน (Overload) | ใช้ไฟเกินกำลัง | อุปกรณ์ร้อน, เสียหาย |
| กราวด์ฟอลต์ (Ground Fault) | สายไฟสัมผัสกราวด์ | ไฟดูด, อุปกรณ์เสีย |
| เฟสขาด (Phase Loss) | สายขาด 1 เฟส | มอเตอร์ไหม้ |
2. องค์ประกอบระบบป้องกัน
- CT (Current Transformer): แปลงกระแสสูงเป็นกระแสต่ำสำหรับวัด
- PT (Potential Transformer): แปลงแรงดันสูงเป็นแรงดันต่ำ
- Protective Relay: สมองของระบบ ตัดสินใจว่ามีความผิดปกติหรือไม่
- Circuit Breaker: ตัดวงจรเมื่อได้รับสัญญาณจาก Relay
3. ประเภทของ Relay
| ประเภท | หลักการทำงาน | ใช้ป้องกัน |
|---|---|---|
| Overcurrent Relay | ตรวจจับกระแสเกินค่าที่กำหนด | โหลดเกิน, ลัดวงจร |
| Differential Relay | เปรียบเทียบกระแสเข้า-ออก | หม้อแปลง, เจเนอเรเตอร์ |
| Distance Relay | วัดความต้านทาน/อิมพีแดนซ์ | สายส่งไฟฟ้า |
| Earth Fault Relay | ตรวจจับกระแสรั่วลงดิน | กราวด์ฟอลต์ |
4. การ Coordination ของ Relay
การตั้งค่า Relay ต้องมีการ Coordination เพื่อให้ตัดวงจรจากจุดที่ใกล้ความผิดปกติมากที่สุดก่อน ไม่ใช่ตัดทั้งระบบ
หลักการ: Relay ที่อยู่ใกล้ฟอลต์มากที่สุดต้องทำงานก่อน (Primary Protection) ส่วน Relay ที่อยู่ไกลกว่าเป็น Backup
5. การบำรุงรักษา
- ทดสอบ Relay ทุก 1-2 ปี
- สอบเทียบ CT/PT สม่ำเสมอ
- ตรวจสอบ Circuit Breaker
- เก็บบันทึกค่า Setpoint
- ทดสอบ Trip Test จริง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น